สหราชอาณาจักร
(THE UNITED KINGDOM)
1.
ข้อมูลทั่วไป
1.1 ที่ตั้งและอาณาเขต ประกอบด้วยอังกฤษ เวลส์ สก็อตแลนด์
(รวมเรียกว่า Great Britain) และไอร์แลนด์เหนือ
ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปยุโรป
1.2 พื้นที่ 242,534
ตารางกิโลเมตร
1.3 ประชากร
ประชากรของสหราชอาณาจักรประกอบด้วย
ชาวอังกฤษ สก๊อต เวลส์ และไอริช
- ประชากรในปี 2542 มีจำนวนทั้งสิ้น 59.5 ล้านคน
- ประมาณการในปี 2544 มีจำนวนทั้งสิ้น 60.0 ล้านคน
- ประมาณการในปี 2554 มีจำนวนทั้งสิ้น 61.8 ล้านคน
1.4 สภาพดินฟ้าอากาศ
ฤดูในสหราชอาณาจักรสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ฤดู คือ
-
ฤดูใบไม้ผลิ
จะเริ่มต้นตั้งแต่ประมาณเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนพฤษภาคม
ซึ่งอุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 10-15
องศาเซลเซียส และจะมีฝนตกบ่อยครั้ง
-
ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่ประมาณเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม โดยจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยอยู่ระหว่าง
20-28 องศาเซลเซียส
- ฤดูใบไม้ร่วง
เริ่มตั้งแต่เดือนกันยายนถึงกลางเดือนพฤศจิกายน อุณหภูมิโดยเฉลี่ยจะประมาณ 15-17
องศาเซลเซียส
และจะมีฝนตกบ่อยครั้งขึ้น
- ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์
อุณหภูมิทั้ง
ประเทศเฉลี่ยประมาณ
-5 ถึง 7 องศาเซลเซียส และจะมีหิมะมากในทางตอนเหนือ
ภาคกลางและภาคตะวันตก
ส่วนทางภาคใต้และตะวันออกเฉียงใต้จะอุ่นกว่าภูมิภาคอื่น
1.5 ภาษาราชการ อังกฤษ
1.6 ศาสนา Anglican 57%
Protestant 15%
Roman Catholic 13%
1.7 เมืองหลวง กรุงลอนดอน
1.8 สกุลเงิน ปอนด์สเตอร์ลิง (1 ปอนด์สเตอร์ลิง เท่ากับ 64 บาท ปี 2544)
1.9 เมืองสำคัญ เบอร์มิงแฮม ลีด กลาสโก เชฟฟิว เบดฟอร์ด
ลิเวอร์พูล
แมนเชสเตอร์ อิดินเบอร์ก
บริสตอล โคเวนทรี
และเบลฟาส์ท
1.10 วันชาติ 21
เมษายน
1.11 ปีงบประมาณ สหราชอาณาจักรเริ่มต้นปีงบประมาณในเดือนเมษายน
ถึงมีนาคม ของทุกปี
1.12 ระบบการเมือง ประชาธิปไตย
มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขภายใต้
รัฐธรรมนูญ
นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล
1.13 ประมุข
สมเด็จพระนางเจ้าอลิซาเบธที่
2
1.14 นายกรัฐมนตรี
The
Rt. Hon Tony Blair MP แห่งพรรค Labour
2. ข้อมูลทางการเมือง
2.1 สถาบันกษัตริย์
สหราชอาณาจักรมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขและสัญลักษณ์ของประเทศ
(ปัจจุบันประมุข คือ
สมเด็จพระราชินี อลิซาเบธที่ 2
ซึ่งเป็นกษัตริย์พระองค์ที่
4
แห่งราชวงศ์วินด์เซอร์) ใช้อำนาจนิติบัญญัติโดยการลงพระปรมาภิไธยในกฎหมายต่าง
ๆ และแม้จะไม่มีอำนาจใด ๆ
ทางการเมืองแต่ก็ทรงใช้อำนาจบริหารได้โดยการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีตามเสียงข้างมากของจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
อย่างไรก็ตาม พระมหากษัตริย์มีสิทธิในการได้รับทราบนโยบายต่างๆ
ของรัฐบาล ทั้งนี้
นายกรัฐมนตรีจะเข้าเฝ้าถวายรายงานทุกสัปดาห์
บทบาทที่สำคัญทางการเมืองของพระมหากษัตริย์ ได้แก่
การกล่าวพระราชดำรัสต่อที่ประชุมรัฐสภา (Queens
Speech) ในการเปิดสมัยประชุมรัฐสภา
เดือนพฤศจิกายนของทุกปี ซึ่งถือว่าพระราชดำรัสดังกล่าว
เป็นการแถลงนโยบายของรัฐบาลด้วย
2.2 รูปแบบการปกครอง
สหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของรัฐ
ซึ่งใช้อำนาจภายใต้รัฐธรรมนูญ ที่บางส่วนมาจากกฎหมายที่ร่างขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร
บางส่วนมาจากจารีตประเพณี พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจการบริหารผ่านคณะรัฐมนตรี
นอกจากนี้ ทรงมีอำนาจในการเรียกประชุมหรือยุบสภา
ให้ความเห็นชอบต่อร่างพระราชบัญญัติรวมทั้งมีอำนาจในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีที่เป็นหัวหน้าพรรคการเมืองที่สามารถควบคุมเสียงข้างมากในรัฐสภาได้
2.2.1
ฝ่ายนิติบัญญัติ
รัฐสภา
(Parliament) ของสหราชอาณาจักรประกอบด้วย
2 สภา คือ สภาขุนนาง (House
of Lords) และสภาผู้แทนราษฎร (House of Commons)
โดยมีหน้าที่หลักดังนี้.-
1.พิจารณาออกกฎหมาย
และพระราชบัญญัติต่าง ๆ
2.พิจารณาข้อเสนอเกี่ยวกับนโยบายด้านภาษีและการคลังของรัฐบาล
3.พิจารณานโยบายและกำกับดูแลการบริหารของรัฐบาล
สภาผู้แทนราษฎร
(House
of Commons)
สภาผู้แทนราษฎรมีอายุ
5 ปี หลังจากการเลือกตั้งทั่วไปแต่ละคราว แต่นายกรัฐมนตรีอาจเสนอให้พระมหากษัตริย์ยุบสภา
และให้มีการเลือกตั้งทั่วไปก่อนครบกำหนดได้
สำหรับสมัยประชุมของสภา
มีอายุสมัยละ 1 ปี โดยเริ่มต้นและสิ้นสุดในเดือนพฤศจิกายน
และจำนวนวันประชุมสภาสำหรับสภาผู้แทนราษฎรมีประมาณ 175 วัน
และสำหรับสภาขุนนางมีประมาณ 150 วัน
จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมี 651 ที่นั่ง โดยแบ่งที่นั่ง ดังนี้.-
อังกฤษ 524 ที่นั่ง
เวลส์
38 ที่นั่ง
สก๊อตแลนด์ 72 ที่นั่ง
ไอร์แลนด์เหนือ 17 ที่นั่ง
สภาขุนนาง
(House
of Lords)
ประกอบด้วยสมาชิก
2 ประเภท คือ สมาชิกฝ่ายศาสนา (Lords Spiritual)
บุคคลระดับสูงทางฝ่ายศาสนาของ Church of England ในระดับ Archbishops และสมาชิกฝ่ายฆราวาส
(Lords Temporal) ได้แก่ ขุนนาง และท่านผู้หญิง
2.2.2
ฝ่ายบริหาร
รัฐบาลของสหราชอาณาจักร
คือ คณะรัฐมนตรีที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารงานของประเทศโดยมีนายกรัฐมนตรี
ซึ่งได้รับแต่งตั้งจากสมเด็จพระราชินีฯ เป็นหัวหน้ารัฐบาลและรัฐมนตรีอื่นๆ
ทั้งหมดก็ได้รับการแต่งตั้งจากพระราชินีฯ โดยการเสนอแนะจากนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีส่วนใหญ่ในสมัยปัจจุบันเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลก็จำเป็นต้องแต่งตั้งรัฐมนตรีซึ่งเป็นสมาชิกของสภาขุนนางเพื่อเป็นโฆษกในการอธิบายนโยบายและการปฎิบัติหน้าที่ของรัฐบาลต่อสภาขุนนาง
2.2.3
องค์ประกอบของรัฐบาล
คณะรัฐมนตรี ประกอบด้วย
1)
นายกรัฐมนตรี ซึ่งดำรงตำแหน่ง First Lord of the Treasury และ Minister for the Civil Service ด้วย หน้าที่สำคัญของนายกรัฐมนตรี ได้แก่
รายงานกิจการงานฝ่ายบริหารต่อองค์พระประมุข
รวมทั้งเป็นประธานของคณะรัฐมนตรีควบคุมงานของทุกกระทรวง
ตัดสินปัญหาข้อขัดแย้งของกระทรวงต่างๆ
และอนุมัติการตัดสินใจที่สำคัญของกระทรวงต่างๆ ในกรณีที่ไม่ต้องเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
2)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวง (Departmental
Ministers) ได้แก่
รัฐมนตรีที่มีหน้าที่รับผิดชอบงานของกระทรวงต่างๆ ส่วนใหญ่มีชื่อเรียกว่า Secretary of State หรืออาจมีชื่อพิเศษอย่างอื่นเช่นในกรณีของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเรียกว่า Chancellor of the Exchequer และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมซึ่งเรียกว่า President of the Board of Trade รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเหล่านี้โดยปกติจะอยู่ในคณะรัฐมนตรี
3)
รัฐมนตรีที่ไม่ได้สังกัดกระทรวง (Non-Departmental Ministers) ได้แก่
ผู้มีตำแหน่งโดยประเพณี คือ Lord President of the Council, Chancellor of the Duchy of
Lancaster, Lord Privy- Seal, Paymaster General และรัฐมนตรีลอย
บางครั้งรัฐมนตรีเหล่านี้มีหน้าที่ในกระทรวงบ้างหรืออาจไม่มี
และพร้อมที่จะปฎิบัติหน้าที่พิเศษตามที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรี
4)
รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ (Ministers of State)
ปกติได้รับการแต่งตั้งเพื่อปฏิบัติงานในกระทรวงต่างๆ ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการฯ
และอาจได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานในเฉพาะเรื่อง
โดยกระทรวงหนึ่งอาจมีรัฐมนตรีช่วยว่าการฯ มากกว่า 1 ตำแหน่งได้ และรัฐมนตรีช่วยว่าการฯ
ไม่ได้อยู่ในคณะรัฐมนตรีของอังกฤษ
5)
ข้าราชการการเมืองในระดับรัฐมนตรี (Junior Ministers)
ส่วนใหญ่จะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ซึ่งดำรงตำแหน่งการเมืองในระดับ Parliamentary Under-Secretaries of State หรือเลขานุการรัฐมนตรี (Parliamentary Secretaries) ประจำรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่าง
ๆ
2.2.4
รัฐบาลปัจจุบัน
1)
ผลของการเลือกตั้งทั่วไปในประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2544 ที่ผ่านมา
ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ของพรรคแรงงาน ซึ่งได้ชัยชนะอย่างท่วมท้น
ทำให้นายกรัฐมนตรีโทนี่ แบลร์ ได้ดำรงตำแหน่งเป็นวาระที่สองติดต่อกัน
ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรอบ 100 ปี ของประวัติศาสตร์พรรคแรงงาน
ความสำเร็จของการเลือกตั้งครั้งนี้คล้ายกับในครั้งที่แล้วเมื่อปี 2544
กล่าวคือ ในครั้งนี้พรรคแรงงานได้ 413 ที่นั่ง (น้อยกว่าครั้งที่แล้ว 6 ที่นั่ง)
จากจำนวนทั้งหมด 659 ที่นั่งในสภาผู้แทนฯ
ในขณะที่พรรคฝ่ายค้านใหญ่ คือ พรรคอนุรักษ์นิยมได้เพียง 166 ที่นั่ง นายวิลเลียม เฮก หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน
จึงประกาศลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคทันที
ซึ่งถือว่าเป็นหัวหน้าพรรคอนุรักษ์นิยมคนแรกในรอบ 70
กว่าปีที่ไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี
2) สำหรับที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรในปัจจุบัน แยกตามพรรคการเมืองต่างๆ ได้ดังนี้.
ปี 2544 ปี 2540
พรรคเลเบอร์
413
419
พรรคอนุรักษ์นิยม
166
165
พรรคลิเบอรัลเดโมแครท
52
46
พรรคอื่นๆ
28
29
3)
รายชื่อคณะรัฐมนตรี
3.1
Prime Minister, First
Lord of the Treasury and Minister for
the Civil Service : The Rt Hon Tony Blair MP
3.2 Duty
Prime Minister and
First Secretary of State :
The Rt Hon John
Prescott MP
3.3
Chancellor of the
Exchequer : The Rt Hon Gordon
Brown MP
3.4 President
of the Council and Leader of the House of Commons : The Rt Hon Robin Cook MP
3.5
Lord Chancellor : The
Rt Hon The Lord Irvine of Lairg
3.6
Secretary of State for Foreign and
Commonwealth Affairs :
The Rt Hon Jack
Straw MP
3.7
Secretary of State for the Home Department
:
The Rt Hon David
Blunkett MP
3.8 Secretary
of State for Environment, Food and Rural Affairs : The Rt Hon Margaret Beckett MP
3.9 Secretary of State
for the International Development :
3.10 Secretary
of State for Work and Pensions :
The Rt Hon
Alistair Darling MP
3.11 Secretary
of State for Transport, Local Government and the
regions : The Rt Hon Stephen Byers MP
3.12 Secretary of State for Health : The Rt
Hon Alan Milburn MP
3.13
Secretary of State for Northern
Ireland :
The Rt Hon Pual
Murphy MP
3.14 Secretary of State for Wales :
The Rt Hon Pual Murhph MP
3.15 Secretary of State for Defence :
The Rt Hon Geoff Hoon MP
3.16
Chief Secretary to the Treasury : The Rt Hon Andrew Smith MP
3.17
Secretary of State for Scotland : The Rt Hon Helen Liddell MP
3.18 Leader of the House of Lords :
The Rt Hon the Lord
Williams of Mostyn QC
3.19
Secretary of State for Trade and Industry : Patricia Hewitt MP
3.20
Secretary of State for Education and Skills :
The Rt Hon
Estelle Morris MP
3.21
Secretary of State for Culture, Media and Sport :
The Rt Hon Tessa Jowell MP
3.22
Parliamentary Secretary, Treasury and Chief Whip :
The Rt Hon Hilary Armstrong MP
3.23
Minister without Portfolio and Party Chair : Charles Clarke MP
3.24
Also Attending Cabinet
3.25
Minister of State for Work : The Rt Hon Nick Brown MP
3.26
Lords Chief Whip and Captain of the Gentlement at Arms :
The Rt Hon The Lord Carter
3.27
Minister for Transport : John
Spellar MP
3. ข้อมูลทางเศรษฐกิจ
3.1 นโยบายทั่วไป
รัฐบาลปัจจุบันมีนโยบายเศรษฐกิจมุ่งขยายความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับความมีเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ
และการสร้างงานภายในประเทศ
รวมทั้งยกระดับมาตรฐานการครองชีพของประชาชนให้สูงขึ้น โดยการพัฒนายกระดับประสิทธิภาพ
การผลิตและการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน การพัฒนาทักษะความชำนาญ
ส่งเสริมการดำเนินธุรกิจภาคเอกชนและการประดิษฐ์คิดค้นใหม่ๆ
พัฒนาความเข้มแข็งและตลาดที่มีการแข่งขันเสรี ตลอดจนการปรับปรุงโครงสร้างกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความคุ้มครองแก่ผู้บริโภคอย่างเต็มที่
3.2
ปัจจัยชี้เศรษฐกิจที่สำคัญ (Key Economic
Indicator)
3.2.1 เศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรในปี 2543
มีอัตราการขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 3 โดยคาดว่าในปี 2544
จะมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจลดลงเหลือร้อยละ 2.3 สาเหตุผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก
และปัญหาการชะลอตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริกา
รวมทั้งผลกระทบจากปัญหาโรคปากเปื่อยเท้าเปื่อยในสัตว์ที่แพร่ระบาดและส่งผลกระทบเสียหายต่อเศรษฐกิจ แต่เนื่องจากยังมีปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง
จึงคาดว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นในอัตราร้อยละ 2.5 ต่อปีในอีก 2
ปีถัดไป
สำหรับปัจจัยเครื่องชี้เศรษฐกิจที่สำคัญมีดังนี้.-
อัตราขยายตัว
(ร้อยละ)
|
ปัจจัยทางเศรษฐกิจ |
2543 |
2544 |
2545 |
2546 |
|
อัตราขยายตัวทางเศรษฐกิจ
(GDP) ความต้องการภายในประเทศ -
การบริโภคของภาคเอกชน -
การบริโภคของภาครัฐ การส่งออก การนำเข้า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม อัตราการว่างงาน รายได้เฉลี่ย ดัชนีราคาขายปลีก ภาวะเงินเฟ้อ |
3.0 3.7 3.7 2.7 8.4 9.6 1.6 3.6 |